ReadyPlanet.com


ต้องการรับบริจาคสมทบทุนก่อสร้างอาคารเรียนชั้นอนุบาล 1-2


 โรงเรียนประชาสามัคคี  บ้านปะคำ ตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตั้งอยู่แนวชายแดนไทยกัมพูชา  เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษาที่เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ๑ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ โดยเปิดทำการสอนตั้งแต่วันที่ ๑๔ เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๓ เกิดจากความร่วมมือของประชาชนและผู้ปกครองนักเรียน ทางราชการได้ตั้งงบประมาณจากเงินบำรุงท้องที่จำนวน ๓,๕๐๐  บาท  สร้างอาคารเรียนแบบ ๑ซ.๑ ห้องเรียนและราษฎรทั้ง ๔ หมู่บ้านคือ บ้านปะคำ บ้านโพธิ์ศรี-โดนเตียบ บ้านโคกพยูง-จันทร์หอม และบ้านโคกสง่า-สระโบราณได้สละทรัพย์สินและแรงงานเพิ่มเป็นอาคารเรียน ๔ ห้องเรียน โดยการนำของพระอธิการบอน ปูชิโต เจ้าอาวาสวัดโคกบุ ตำบลทมอ อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ได้ทำการก่อสร้างเรื่อยมา จึงตั้งชื่อว่าโรงเรียนประชาสามัคคี ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทั้ง ๔ หมู่บ้าน เปิดเรียนครั้งแรกมีนักเรียน ๑๔๓ คน ครู ๑ คน คือ นายบุญรอด สังข์โกมล เป็นครูใหญ่คนแรก

           ที่ดินซึ่งเป็นที่สร้างโรงเรียนจำนวน ๓๕ ไร่ได้รับบริจาคจากนายพาน สาคะนิน เมื่อ พ.ศ.  ๒๕๑๓ โดยมีผู้รับทราบในการรับมอบที่ดินครั้งนี้คือ พระอธิการบอน  ปูชิโต ,นายคำ สว่างพบ ผู้ใหญ่บ้าน พร้อมด้วยราษฎรบ้านปะคำ และนายเสนอ มูลศาสตร์ นายอำเภอปราสาทขณะนั้น    

 

           ปีงบประมาณ ๒๕๕๔-๒๕๕๕ โรงเรียนได้รับการประเมินให้เป็นสำนักงานที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่พิเศษ  จากสำนักงบประมาณ  กระทรวงการคลัง  ข้าราชการครูได้รับเงินเบี้ยพื้นที่พิเศษ รายละ 1,000 ต่อเดือน

ข้อมูลนักเรียน (ข้อมูล ณ วันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๕)

จำนวนนักเรียนในโรงเรียนทั้งสิ้น ๓๖๙ คน

 

สภาพชุมชนโดยรวม

                   . สภาพชุมชนโดยรอบบริเวณโรงเรียนมีลักษณะสภาพสังคมและวัฒนธรรมเป็นชุมชนที่อพยพมาจากแหล่งอื่นเป็นส่วนใหญ่ ทำให้มีความแตกต่างทางด้านภาษาและวัฒนธรรม ซึ่งประกอบด้วย ชุมชนเขมร ชุมชนลาว ชุมชนกูย ทางด้านประเพณีและวัฒนธรรมในแต่ละชุมชนก็จะมีความแตกต่างดังนี้ ชุมชนเขมรมีประเพณีรำตรุษ ประเพณีแซนโดนตาประเพณีโกนจุกชุมชนลาว มีประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณี แห่นางแมว เป็นต้น และประชาชนร้อยละ ๙๙ นับถือศาสนาพุทธ

           ๒. ผู้ปกครองส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ชั้นประถมศึกษาปีที่  ๖และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๗ รายได้เฉลี่ยต่อปี ๒,๐๐๐ บาท เนื่องจากชุมชนส่วนใหญ่เป็นชุมชน           ที่อพยพมาจากต่างถิ่นทำให้มีปัญหาเรื่องที่ดินทำกิน อาชีพหลักของชุมชนร้อยละ ๙๕ มีอาชีพเกษตรกรรม และร้อยละ ๕ มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ฐานะทางเศรษฐกิจของชุมชนค่อนข้างยากจน       มีผลกระทบต่อนักเรียน นักเรียนบางส่วนต้องออกจากโรงเรียนกลางคัน เนื่องจากประสบปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ

           ๓. โอกาสและข้อจำกัดของโรงเรียน

           โรงเรียนประชาสามัคคีเป็นโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่ชายแดนไทย กัมพูชา ห่างไกลความเจริญ การคมนาคมไม่สะดวก ระยะทางห่างจากอำเภอกาบเชิงถึง ๓๐ กิโลเมตร จากการที่ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน รายได้น้อย และการศึกษาน้อย ส่งผลให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ทางด้านงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือค่อนข้างน้อย การเสนอแนะแนวทางในการจัดการศึกษาของโรงเรียนเป็นไปได้ยาก ต้องอาศัยบุคลากรในโรงเรียนเป็นหลักในการดำเนินการจัดการศึกษา

           ส่วนการให้ความร่วมมือสนับสนุนทางแรงกายและการเสียสละเวลา ชุมชนให้ความร่วมมือดีมาก

 

ขณะนี้ทางโรงเรียนประชาสามัคคี  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๓  ยังขาดงบประมาณที่จะใช้ในการปรับปรุงบริบทบริเวณโรงเรียนและจัดซื้ออุปกรณ์การเรียนการสอน ให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนของครูและนักเรียน เป็นอย่างมาก เช่น

๑.      งบประมาณก่อสร้างอาคารเรียนชั้นอนุบาล ๑-ซึ่งปัจจุบันใช้อาคารห้องประชุมในการการจัดการเรียนการสอน

๒.      สื่อการเรียนการสอน

๓.      อุปกรณ์การเรียน เช่น สมุด ดินสอ ปากกา ยางลบ

๔.      หนังสือเสริมความรู้ห้องสมุด

๕.      อุปกรณ์กีฬา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล เซปัคตะกร้อ และ ชุดกีฬา-กรีฑา

 

ซึ่งงบประมาณที่ขาดแคลนเหล่านี้  จะรอเพียงงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรและอุดหนุนจากรัฐบาล

คงไม่เพียงพอ  ทางโรงเรียนหวังเป็นย่างยิ่งว่าจะได้รับความอนุเคราะห์จากท่าน

 

 

ท่านผู้มีจิตศรัทธาที่สนใจ ติดต่อได้ที่

 

นายพิชัย เผยศิริ

ผู้อำนวยการโรงเรียน

Tel : ๐๘๕-๖๘๒๐๕๔๕

 

นายจักราวุธ ถือคุณ
รองผู้อำนวยการโรงเรียน
Tel :  ๐๘๒-๑๕๕๒๖๖๐
E-Mail: changnoi_15@hotmail.com 

 

 



ผู้ตั้งกระทู้ changnoi2012 (changnoi_15-at-hotmail-dot-com) :: วันที่ลงประกาศ 2012-11-06 10:18:23


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล